ลำโพงแบบเรียงเป็นแนวเส้นแบบแอคทีฟ
ลำโพงแบบแอคทีฟไลน์อาร์เรย์ (Active line array speakers) ถือเป็นนวัตกรรมก้าวล้ำในเทคโนโลยีเสียงระดับมืออาชีพ ซึ่งมอบคุณภาพเสียงและขอบเขตการกระจายเสียงที่ยอดเยี่ยมสำหรับสถานที่ขนาดใหญ่และงานอีเวนต์ต่าง ๆ ระบบเสียงขั้นสูงเหล่านี้ประกอบด้วยไดร์เวอร์ลำโพงหลายตัวจัดเรียงเป็นแนวตั้ง สร้างคลื่นเสียงที่สอดคล้องกัน (coherent wavefront) ซึ่งให้การควบคุมทิศทางของเสียงอย่างแม่นยำและระยะการกระจายเสียงที่ไกลกว่าระบบลำโพงแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด ลำโพงแบบแอคทีฟไลน์อาร์เรย์มาพร้อมแอมพลิฟายเออร์ในตัวและระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้แอมพลิฟายเออร์ภายนอก และยังให้การควบคุมที่แม่นยำต่อแต่ละองค์ประกอบภายในอาร์เรย์อย่างละเอียด การผสานรวมระบบนี้รับประกันประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ขณะเดียวกันก็ลดความซับซ้อนในการติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่จำเป็นลง หลักการเทคโนโลยีหลักที่อยู่เบื้องหลังลำโพงแบบแอคทีฟไลน์อาร์เรย์อาศัยหลักวิศวกรรมอะคูสติกขั้นสูง โดยไดร์เวอร์หลายตัวทำงานร่วมกันเพื่อสร้างแหล่งกำเนิดเสียงเดียวที่เป็นหนึ่งเดียว แต่ละไดร์เวอร์ถูกจัดวางและปรับมุมอย่างแม่นยำเพื่อให้เกิดรูปแบบการแทรกสอดแบบเสริม (constructive interference) ซึ่งโฟกัสพลังงานเสียงไปยังทิศทางที่ต้องการ และลดการกระจายเสียงที่ไม่พึงประสงค์ให้น้อยที่สุด ความสามารถของระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ยังช่วยให้สามารถปรับแต่งการตอบสนองความถี่ การชดเชยความล่าช้า (delay compensation) และการควบคุมระดับเสียงของแต่ละไดร์เวอร์แบบเรียลไทม์ ทำให้วิศวกรเสียงสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพของระบบให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของสถานที่และข้อกำหนดด้านอะคูสติกได้อย่างแม่นยำ ลำโพงแบบแอคทีฟไลน์อาร์เรย์รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในตัวที่ซับซ้อน ซึ่งสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบ ป้องกันภาวะโอเวอร์โหลด และให้ตัวเลือกการควบคุมแบบครอบคลุมผ่านอินเทอร์เฟซที่เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย ระบบเหล่านี้มักมีคุณสมบัติขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมระดับสัญญาณโดยอัตโนมัติ (automatic gain control), วงจรลิมิตเตอร์ (limiter circuits) และระบบป้องกันความร้อน (thermal protection) เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของการใช้งานภายใต้สภาวะที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบแบบโมดูลาร์ (modular design) ของลำโพงแบบแอคทีฟไลน์อาร์เรย์ ทำให้สามารถจัดวางโครงสร้างได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ โดยสามารถนำตู้ลำโพงหลายตู้มารวมกันเพื่อให้ได้รูปแบบการกระจายเสียงและระดับความดันเสียง (sound pressure levels) ตามที่ต้องการ ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ระบบดังกล่าวเหมาะสมกับการใช้งานหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานอีเวนต์ระดับบริษัทขนาดเล็ก ไปจนถึงเทศกาลกลางแจ้งขนาดใหญ่ระดับมหึมา โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพการทำงานที่สม่ำเสมอไม่ว่าจะใช้งานในสถานที่ขนาดใดหรือสภาพแวดล้อมด้านอะคูสติกแบบใด